 ลำดับ |
 สาเหตุ |
 ข้อควรระวัง |
 วิธีแก้ไข |
| 1. สีเป็นเม็ด ( Bitty ) มีลักษณะเป็นเม็ดในฟิล์มสีที่แห้งแล้ว |
- ฝุ่นละอองจากบริเวณใกล้เคียง
|
- ก่อนทาสี ควรทำความสะอาดบริเวณ ที่จะทาสี และบริเวณใกล้เคียง
|
- เมื่อฟิล์มสีที่ทำไว้ แห้งสนิทดี ขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย ทำความสะอาด แล้วใช้สีทาทับหน้าใหม่
|
| |
- ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่ติดค้าง อยู่ในแปรงทาสี
|
- ทำความสะอาด แปรงทาสีทุกครั้ง ก่อนใช้งาน
|
|
| |
- ชิ้นส่วนของสีที่แห้งแล้ว ปะปนอยู่ในสีที่นำมาใช้
|
- เมืื่อจะใช้สีเก่าเก็บ ควรลอกผิวสีที่แห้ง และกรองสี ก่อนที่จะนำมาใช้งาน หากเก็บไว้นานเกินไป ไม่ควรนำมาใช้
|
|
| 2. สีซึม ( Bleeding ) เกิดจากการละลายของสีชั้นล่าง ทำให้สีทับหน้าเปลี่ยนไป |
- เกิดกับไม้ ที่เคยทำน้ำยารักษาเนื้อไม้มาก่อน เช่น น้ำยากันปลวก
|
- ควรทาสีรองพื้นไม้ ก่อนทาสีทับหน้า
|
- ควรปล่อยให้แห้งสนิท แล้วทาด้วยสีรองพื้นไม้ หากสภาพรุนแรงมาก ให้ลอกสีเก่าออกให้หมด แล้วเริ่มทาสีใหม่ ตามกรรมวิธี ที่ถูกต้องต่อไป
|
| |
- เกิดจากพื้นผิว ที่เคยทาผลิตภัณฑ์จาก Bituminous
|
- ทดลองทาสีทับ บริเวณที่สงสัยว่า สีเดิมจะลอยและซึม
|
|
| |
- ผงสี โดยเฉพาะสีแดงจากชั้นล่าง
|
|
|
| 3. สีพอง ( Blistering ) เกิดจากการละลายของสีชั้นล่าง ทำให้สีทับหน้าเปลี่ยนไป |
|
- ควรปล่อยให้พื้นผิว แห้งสนิทก่อนทาสี
|
- ในกรณีที่สภาพไม่รุนแรง ให้ลอกสีบริเวณที่พองออก แล้วทาสีตามระบบ
|
| |
- มีความชื้นผ่านเข้าไปในพื้นผิว และระเหยออกไม่ได้
|
|
- ในกรณีที่สภาพรุนแรง ให้ลอกสีเดิมออกทั้งหมด ปล่อยให้พื้นผิวแห้ง แล้วทาสีตามระบบ
|
| |
- การทาสีบนพื้นผิวไม้ ที่มีความชื้น มากกว่า 18%
|
- ควรตากหรืออบไม้ให้แห้ง ก่อนทาสี
|
|
| 4. สีเป็นฝุ่น ( Chalking ) ผิวเปลี่ยนสภาพเป็นฝุ่น เนื่องจากการเสื่อมสภาพของสี |
|
- ควรใช้สี ที่เหมาะกับสภาพ การใช้งาน
|
- ในกรณีที่สภาพไม่รุนแรง เพียงล้างทำความสะอาด
|
| |
|
- ทาสีเพื่อซ่อมบำรุง ตามวาระ
|
- ในกรณีรุนแรง ควรขัดสีเดิมออก แล้วทาสีใหม่ ตามระบบที่ต้องการ
|
| |
|
- ตรวจสภาวะในอากาศ และอาจจะต้อง ใช้สีพิเศษ
|
|
| 5. สีนิ่ม ( Chessiness ) ลักษณะสีแห้ง เฉพาะผิวหน้า |
|
- ควรทาสีแต่ละชั้น ให้หนาพอสมควร
|
- ต้องขูดลอกสีเดิม ออกให้หมด แล้วทาสีใหม่ ตามระบบ
|
| |
- มีสารแปลกปลอม เช่น ขี้ผึ้ง หรือ น้ำมัน
|
- ทำความสะอาดพื้นผิว ให้หมดจด
|
- กรณีทาน้ำยา กันปลวกมาก่อน ต้องรอให้แห้งสนิทก่อน แล้วทาด้วยสีรองพื้นไม้ ทิ้งให้แห้ง ทาทับด้วยสีทับหน้าใหม่
|
| |
- พื้นผิวเดิมทาน้ำยากันปลวกก่อน
|
- กรณีทาน้ำยา กันปลวกมาก่อน ต้องรอให้แห้งสนิทก่อน
|
|
| 6. สีด่าง ( Discoloration ) เนื่องจากโดนมลภาวะในอากาศ หรือจากพื้นผิวที่ทา |
- ใช้สีที่ไม่เหมาะ กับสภาพแวดล้อม
|
- เลือกใช้ระบบทาสี ที่เหมาะกับ สภาพแวดล้อม
|
- ขัดด้วยกระดาษทรายแล้ว ทาสีที่เหมาะกับ สภาพแวดล้อม และทาสีด้วยระบบที่ถูกต้อง
|
| |
|
- ทิ้งให้พื้นผิว แห้งสนิทก่อนทาทับ
|
|
| 7. สีทาแล้วไม่แห้ง ( Drying problem ) คือสีที่ทาแล้วไม่แห้ง ตามระยะเวลาอันสมควร |
- ทาสีในสภาพอากาศ ที่ไม่เหมาะสม
|
- หลีกเลี่ยงการทาสี ในสภาพอากาศ ที่มีความชื้นสูง
|
- ขัดบริเวณที่ไม่แห้งออกให้หมด ทำความสะอาด แล้วทาสีใหม่
|
| |
|
- เปลี่ยนสีน้ำมันที่มีปัญหา
|
|
| |
- ทาสีบนพื้นผิว ที่มีคราบไขมัน หรือคราบสกปรกต่างๆ
|
- ทำความสะอาดพื้นผิว ก่อนทาสี
|
|