Tips&tricks:เคล็ด(ไม่)ลับหลากหลายรูปแบบเพื่อบ้านของคุณ อัพเดททุกวันพฤหัสบดี
:: ( ตอนที่ 1 ) สาเหตุและวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องของงานสี ::

สาเหตุและวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องของงานสี
ลำดับ
สาเหตุ
ข้อควรระวัง
วิธีแก้ไข
1. สีเป็นเม็ด ( Bitty ) มีลักษณะเป็นเม็ดในฟิล์มสีที่แห้งแล้ว
  • ฝุ่นละอองจากบริเวณใกล้เคียง
  • ก่อนทาสี ควรทำความสะอาดบริเวณ ที่จะทาสี และบริเวณใกล้เคียง
  • เมื่อฟิล์มสีที่ทำไว้ แห้งสนิทดี ขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย ทำความสะอาด แล้วใช้สีทาทับหน้าใหม่
 
  • ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่ติดค้าง อยู่ในแปรงทาสี
  • ทำความสะอาด แปรงทาสีทุกครั้ง ก่อนใช้งาน
 
 
  • ชิ้นส่วนของสีที่แห้งแล้ว ปะปนอยู่ในสีที่นำมาใช้
  • เมืื่อจะใช้สีเก่าเก็บ ควรลอกผิวสีที่แห้ง และกรองสี ก่อนที่จะนำมาใช้งาน หากเก็บไว้นานเกินไป ไม่ควรนำมาใช้
 
2. สีซึม ( Bleeding ) เกิดจากการละลายของสีชั้นล่าง ทำให้สีทับหน้าเปลี่ยนไป
  • เกิดกับไม้ ที่เคยทำน้ำยารักษาเนื้อไม้มาก่อน เช่น น้ำยากันปลวก
  • ควรทาสีรองพื้นไม้ ก่อนทาสีทับหน้า
  • ควรปล่อยให้แห้งสนิท แล้วทาด้วยสีรองพื้นไม้ หากสภาพรุนแรงมาก ให้ลอกสีเก่าออกให้หมด แล้วเริ่มทาสีใหม่ ตามกรรมวิธี ที่ถูกต้องต่อไป
 
  • เกิดจากพื้นผิว ที่เคยทาผลิตภัณฑ์จาก Bituminous
  • ทดลองทาสีทับ บริเวณที่สงสัยว่า สีเดิมจะลอยและซึม
 
 
  • ผงสี โดยเฉพาะสีแดงจากชั้นล่าง
   
3. สีพอง ( Blistering ) เกิดจากการละลายของสีชั้นล่าง ทำให้สีทับหน้าเปลี่ยนไป
  • มีความชื้นสะสมอยู่ในผิว
  • ควรปล่อยให้พื้นผิว แห้งสนิทก่อนทาสี
  • ในกรณีที่สภาพไม่รุนแรง ให้ลอกสีบริเวณที่พองออก แล้วทาสีตามระบบ
 
  • มีความชื้นผ่านเข้าไปในพื้นผิว และระเหยออกไม่ได้
  • ใช้ระบบทาสีที่เหมาะสม
  • ในกรณีที่สภาพรุนแรง ให้ลอกสีเดิมออกทั้งหมด ปล่อยให้พื้นผิวแห้ง แล้วทาสีตามระบบ
 
  • การทาสีบนพื้นผิวไม้ ที่มีความชื้น มากกว่า 18%
  • ควรตากหรืออบไม้ให้แห้ง ก่อนทาสี
 
4. สีเป็นฝุ่น ( Chalking ) ผิวเปลี่ยนสภาพเป็นฝุ่น เนื่องจากการเสื่อมสภาพของสี
  • นำสีภายใน มาทาภายนอก
  • ควรใช้สี ที่เหมาะกับสภาพ การใช้งาน
  • ในกรณีที่สภาพไม่รุนแรง เพียงล้างทำความสะอาด
 
  • สีหมดอายุ
  • ทาสีเพื่อซ่อมบำรุง ตามวาระ
  • ในกรณีรุนแรง ควรขัดสีเดิมออก แล้วทาสีใหม่ ตามระบบที่ต้องการ
 
  • มลภาวะในอากาศ
  • ตรวจสภาวะในอากาศ และอาจจะต้อง ใช้สีพิเศษ

 

5. สีนิ่ม ( Chessiness ) ลักษณะสีแห้ง เฉพาะผิวหน้า
  • เกิดจากการทาสีหนาเกินไป
  • ควรทาสีแต่ละชั้น ให้หนาพอสมควร
  • ต้องขูดลอกสีเดิม ออกให้หมด แล้วทาสีใหม่ ตามระบบ
 
  • มีสารแปลกปลอม เช่น ขี้ผึ้ง หรือ น้ำมัน
  • ทำความสะอาดพื้นผิว ให้หมดจด
  • กรณีทาน้ำยา กันปลวกมาก่อน ต้องรอให้แห้งสนิทก่อน แล้วทาด้วยสีรองพื้นไม้ ทิ้งให้แห้ง ทาทับด้วยสีทับหน้าใหม่
 
  • พื้นผิวเดิมทาน้ำยากันปลวกก่อน
  • กรณีทาน้ำยา กันปลวกมาก่อน ต้องรอให้แห้งสนิทก่อน
 
6. สีด่าง ( Discoloration ) เนื่องจากโดนมลภาวะในอากาศ หรือจากพื้นผิวที่ทา
  • ใช้สีที่ไม่เหมาะ กับสภาพแวดล้อม
  • เลือกใช้ระบบทาสี ที่เหมาะกับ สภาพแวดล้อม
  • ขัดด้วยกระดาษทรายแล้ว ทาสีที่เหมาะกับ สภาพแวดล้อม และทาสีด้วยระบบที่ถูกต้อง
 
  • พื้นผิวมีความชื้นสูง
  • ทิ้งให้พื้นผิว แห้งสนิทก่อนทาทับ
 
7. สีทาแล้วไม่แห้ง ( Drying problem ) คือสีที่ทาแล้วไม่แห้ง ตามระยะเวลาอันสมควร
  • ทาสีในสภาพอากาศ ที่ไม่เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการทาสี ในสภาพอากาศ ที่มีความชื้นสูง
  • ขัดบริเวณที่ไม่แห้งออกให้หมด ทำความสะอาด แล้วทาสีใหม่
 
  • สีน้ำมันที่ทา มีปัญหา
  • เปลี่ยนสีน้ำมันที่มีปัญหา
 
 
  • ทาสีบนพื้นผิว ที่มีคราบไขมัน หรือคราบสกปรกต่างๆ
  • ทำความสะอาดพื้นผิว ก่อนทาสี