| 6. |
รอยร้าวเฉียงๆ ที่ผนังมุมล่าง และมุมบนฝั่งตรงข้าม |
| |
- จะเห็นเป็นรอยร้าวเกิดขึ้นที่ผนังของอาคาร บางทีก็เป็นเส้นเดียวต่อกันใหญ่ๆเลย บางทีก็เป็นเพียงเส้นเล็กๆ หลายๆเส้นต่อกันเป็นแนว แต่สังเกตุได้ว่ารอยเหล่านี้จะต่อกันเป็นเส้นแทยงมุม การเกิดรอยร้าวแบบนี้แสดงว่า โครงสร้างของอาคารเกิดการบิดตัว เพราะเสาของอาคารอาจจะมีการทรุดตัวไม่เท่ากัน คุณควรรีบแจ้งวิศวกรผู้ชำนาญงานเข้ามาตรวจสอบ
|
| 7. |
รอยร้าวที่หัวเสา |
| |
- เป็นรอยร้าวที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่ง ลักษณะของรอยร้าวมักจะเป็นรอยตามแนวดิ่งที่หัวเสาที่ต่อกับคาน อาการแบบนี้แสดงว่า เสาและคานตัวนั้นกำลังไม่สามารถรับน้ำหนักได้ อาจเป็นเพราะเอาน้ำหนักใส่มากเกินไป หรือตัวเสาเข็มมีปัญหา ซึ่งก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมาแก้ปัญหาครับ
|
| 8. |
รอยร้าวเฉียงๆ ที่มุมวงกบประตูหน้าต่าง |
| |
- ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการที่ไม่มีเสาเอ็นหรือทับหลัง เมื่อวงกบกับผนังอิฐมันขยายตัวไม่เท่ากันก็ต้องเกิดรอยร้าว แต่บางครั้งรอยร้าวเฉียงๆแบบนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากเสาเอ็นทับหลังอย่างเดียวก็ได้ เพราะแม้เราจะทำเสาเอ็นทับหลังทุกอย่างถูกต้อง ถ้าความหนาของปูนฉาบผนังอิฐ และฉาบเสาเอ็นทับหลังหนาไม่เท่ากันอาการแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นได้ แต่มักจะเกิดเป็นเฉียงๆหลายรอบ แล้วก็ไม่ยาวมากนัก วิธีการแก้ไขก็เอา Polyurethane (PU) อัดเข้าไป แล้วก็ทาสีทับ
|
| 9. |
รอยร้าวแตกระแหง |
| |
- หรือที่เราเรียกว่าเป็นลักษณะของการแตกลายงา ซึ่งเข้าใจว่าอาคารเกือบทุกหลังก็จะเป็นเช่นนี้ เกิดจากคุณภาพของการก่ออิฐและฉาบปูน ที่อาจจะมีส่วนผสมผิดหรือเร่งเวลามากเกินไป วิธีการแก้ไข คือทาสีใหม่ โดยใช้ Skin Coat ฉาบเข้าไปก่อน จากนั้นจึงทาสีทับ
|
| 10. |
รอยร้าวที่เกิดจากการที่ช่างใช้ฟองน้ำฉาบปูน |
| |
- การฉาบปูนแบบดั้งเดิมที่มักจะคงทนมากกว่าการฉาบปูนอย่างปัจจุบัน เพราะช่างปูนใช้วิธีการปั่นแห้ง คือใช้เกรียงไม้ ค่อยๆลูบไล้ผิวปูนฉาบจนเนียนและแห้ง แต่ปัจจุบันช่างมักจะใช้ฟองน้ำ ในการฉาบปูน หากช่างเอาฟองน้ำแห้งๆไล้ผิวปูน ฟองน้ำก็จะดูดซับซีเมนต์ แล้วช่างก็จะบีบน้ำออกให้ฟองน้ำแห้ง ซึ่งน้ำที่บีบออกไปนั้นก็คือน้ำปูนนั่นเอง กว่าผนังที่ฉาบจะแห้งและเนียนตา ปูนฉาบของเราก็จะเหลือแต่ทราย พอใช้บ้านไปได้พักหนึ่ง ก็จะเกิดอาการแตกร้าว หรือหลุดร่วงลงมา เพราะไม่มีปูนช่วยเกาะผนังอิฐหรือคอนกรีตนั้นๆ ถ้าหันมาใช้วิธีฉาบแบบดั้งเดิมก็จะเป็นการป้องกันที่ดี
|
|